เป็นคนดีได้ แต่อย่ายอมเป็นคนโง่ ต้องรู้จักเอาตัวรอดให้เป็น

เป็นคนดีได้ แต่อย่ายอมเป็นคนโง่ ต้องรู้จักเอาตัวรอดให้เป็น
ควรเป็นคนดี แต่อย่าเป็น “คนโง่” ถ้าเกมส์ไหนไม่ยุติธรรม ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นตามกติกา หากคุณเป็นคน แบบยังไงก็ได้ อะไรก็ดี นี่แหละทำให้คุณไม่ถูกมองอยู่ในสายตาคนอื่น

เพราะคุณเป็นคนประเภทว่า มีอะไรก็ช่วย อยากได้อะไร คุณก็ให้ได้ ทำผิดอะไร คุณก็ไม่ติดใจ คนอื่นทำไม่ดีกับคุณมากี่ครั้งแล้ว.. คุณก็ยังยอมทน

จำไว้นะ สำหรับคนบางคนนั้น ชินกับการได้อยู่อย่างเดียว แต่ไม่เคยสำนึกบุญคุณ ชินกับความใจดีของคุณ แต่ไม่เคยเห็นค่า ชินกับความใจกว้างของคุณ แต่ไม่เคยเจียมตัว เป็นคนใจดีนะ ก็ดีอยู่ แต่ให้มีขอบเขตบ้าง อย่าเอาแต่นึกถึงคนอื่น หันกลับมาถามตัวเองดูบ้าง ว่าใครที่นึกถึงความรู้สึกของคุณ

การเป็นคนมีน้ำใจไม่ได้แปลว่าต้องโง่ การเป็นคนดีก็ไม่ได้แปลว่าต้องยอมตลอดไป

มีเรื่องเล่าอยู่ว่า

นักบวชนั่งสมาธิอยู่ริมฝั่ง ในท่ามกลางความเงียบ ได้ยินเสียงสั่นไหวเบาๆในน้ำ ลืมตาดูก็พบว่าเป็นแมงป่องตัวหนึ่ง… กำลังตะเกียกตะกายอยู่บนบริเวณผิวน้ำ เขาเอื้อมมือออกไปจับเอาแมงป่องขึ้นมาจากน้ำโดยไม่ทันคิดระวัง จึงโดนแมงป่องต่อยที่มือ เขาวางมันลงบนพื้น นั่งสมาธิต่อ ผ่านไปครู่ใหญ่ๆ ก็ได้ยินเสียงแบบเดียวกันอีก ลืมตาดูก็พบว่าแมงป่องตัวเดิมหล่นไปอยู่ในน้ำ

เขายื่นมือออกไปช่วยเหมือนเดิม และ ก็ยังโดยต่อยเหมือนเดิม ไม่กี่อึดใจผ่านไป เหตุการณ์แบบเดิมก็เกิดขึ้นอีก ชาวบ้านที่นั่งตกปลาอยู่แถวนั้นจึงพูดขึ้น “ท่านจะโง่ไปหน่อยไหม ไม่รู้หรือว่าแมงป่องชอบต่อยคน”

นักบวชตอบว่า “ทราบครับ โดนต่อยไปแล้วสามครั้ง” ชาวบ้านถามต่อ “แล้วยังจะช่วยมันอีกทำไม”

นักบวชตอบว่า “การทำ ร้ า ย คนอื่นอาจเป็นนิสัยของแมงป่อง แต่ความเป็นคนมีเมตตาจิตเป็นนิสัยของข้า นิสัยข้าจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเพียงเพราะนิสัยดุ ร้ า ย ของแมงป่อง”

ชาวบ้านหัวเราะ และ พูดขึ้นว่า “ความเมตตาเป็นเรื่องดีงาม แต่ถ้าจะเมตตาต่อแมงป่อง ก็ต้องรู้จักเมตตาต่อตัวเองเหมือนกัน และการจะหยิบยื่นความเมตตาให้คนอื่น ก็ต้องรู้จักมีวิธีการที่เหมาะสม ควรจะต้องรู้จักปกป้องตนเองก่อน ก่อนที่จะยื่นมือช่วยเหลือผู้อื่น”